ครม.30

ครม. เห็นชอบปรับโครงสร้างการผลิตปาล์มน้ำมันและให้สัตยาบันคุ้มครองแรงงานทางทะเล

การประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2558 ณ ทำเทียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยมีมติที่น่าสนใจ ดังนี้

โครงการปรับโครงสร้างการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการตลาดปาล์มน้ำมันแบบครบวงจร

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการปรับโครงสร้างการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการตลาดปาล์มน้ำมันแบบครบวงจร ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอ

 สาระสำคัญของเรื่อง

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะดำเนินการโครงการปรับโครงสร้างการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการตลาดปาล์มน้ำมันแบบครบวงจร ซึ่งเป็นโครงการใหม่ มีกิจกรรมที่ต้องปรับปรุงและพัฒนาให้ผู้ปลูกปาล์มต้องมีความเข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ถึงปี พ.ศ. 2562 เพื่อรองรับผลกระทบจากการเปิดตลาดการค้าเสรีอาเซียนเพราะจะทำให้ผู้ปลูกปาล์มรายเล็กอยู่ในภาวะที่เสียเปรียบตลาด ต้องประสบปัญหาราคาปาล์มตกต่ำในอนาคต จึงต้องมุ่งจัดระบบกลุ่มการผลิตและการตลาดแบบครบวงจรในเขตพื้นที่นิคมสหกรณ์และเพื่อเป็นไปตามนโยบายรัฐบาล ในด้านเกษตรกรรม ดำเนินการใน 2 เรื่องใหญ่ คือการปรับโครงสร้างการผลิตสินค้าเกษตรให้สอดคล้องกับความต้องการด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การแบ่งเขตเพื่อปลูกพืชผลแต่ละชนิด และการสนับสนุนให้สหกรณ์ของกลุ่มเกษตรกรที่ผลิตสินค้าเกษตรเพิ่มบทบาทในฐานะผู้ซื้อพืชผลจนถึงการแปรรูปและการส่งออกได้แล้วแต่กรณี เพื่อให้สหกรณ์เป็นผู้ค้าขายสินค้าเกษตรรายใหญ่อีกรายหนึ่ง ซึ่งจะช่วยคานอำนาจของกลุ่มพ่อค้าเอกชนที่มีอยู่ในปัจจุบันให้มีความสมดุลมากขึ้น จึงมีความจำเป็นต้องนำเสนอเพื่อขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรีในการขอตั้งงบประมาณต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 5 ปี ตามโครงการ

การดำเนินการตามโครงการนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนดให้เป็นนโยบายเร่งด่วนในการปรับโครงสร้างการผลิตและปรับเปลี่ยนระบบการส่งเสริมการเกษตรจากพื้นที่เกษตรรายย่อยเป็นพื้นที่แปลงใหญ่ตามแผนงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี 2558 (Road Map 2015) ตามแผนที่ 1 แผนปรับโครงสร้างและพัฒนาการผลิต วัตถุประสงค์ในข้อ 1) ปรับโครงสร้างการผลิตสินค้าเกษตรให้เชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของพื้นที่ และความสมัครใจของเกษตรกร และข้อ 2) ปรับระบบส่งเสริมการผลิตให้เกิดการพัฒนาในเชิงพื้นที่ขนาดใหญ่และตามแผนที่ 2 แผนเพิ่มศักยภาพสหกรณ์ในการดำเนินการเชิงพาณิชย์ วัตถุประสงค์ในข้อ 2) เพิ่มการลงทุนด้วยโครงสร้างพื้นฐานการเกษตรที่จำเป็น (ยุ้งฉาง เครื่องมือการเกษตร) และการพัฒนาศักยภาพผู้นำสหกรณ์ในเชิงธุรกิจ โดยการจัดจ้างผู้จัดการมืออาชีพด้านงานฟาร์มเพื่อการบริหารจัดการฟาร์มได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ ในพื้นที่เป้าหมายจะมีการบูรณาการของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง

การให้สัตยาบันอนุสัญญาว่าด้วยแรงงานทางทะเล พ.ศ. 2549

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการให้สัตยาบันอนุสัญญาว่าด้วยแรงงานทางทะเล พ.ศ.2549 ตามที่กระทรวงแรงงาน เสนอ

กระทรวงแรงงาน เสนอว่า

1. อนุสัญญาว่าด้วยแรงงานทางทะเล พ.ศ. 2549 มีเนื้อหาที่ครอบคลุมการคุ้มครองคนประจำเรือบนเรื่อเดินทะเลในทุกด้าน ๆ ทั้งในสภาพการทำงานและความเป็นอยู่บนเรือนอกเวลางาน โดยคำนึงถึงความแตกต่างทางด้านสัญชาติ ศาสนา และวัฒนธรรมของคนประจำเรือทั้งหลายที่ต้องมาทำงานอยู่ในสถานที่เดียวกัน ทั้งยังให้ความสำคัญกับลักษณะการจ้างงานและการทำงานที่เฉพาะด้านบนเรือ ซึ่งแตกต่างจากการทำงานในสถานประกอบกิจการบนบก นอกจากนั้น ยังให้รัฐสมาชิกองค์การแรงงานระหว่างประเทศที่ให้สัตยาบันอนุสัญญานี้แล้วสามารถขึ้นตรวจสภาพความเป็นอยู่และสภาพการทำงานของคนประจำเรือบนเรือเดินทะเลของต่างประเทศที่มาเทียบท่าประเทศของตนได้ว่าถูกต้องตามมาตรฐานแรงงานทางทะเลหรือไม่ แม้ว่าประเทศนั้นจะยังไม่ได้ให้สัตยาบันอนุสัญญานี้ก็ตาม

2. อนุสัญญากำหนดให้รัฐเจ้าท่าที่ให้สัตยาบันแล้วต้องยอมรับ “ใบรับรองมาตรฐานแรงงานทางทะเล” ของเรือเดินทะเลซึ่งออกให้โดยรัฐบาลของประเทศที่ให้สัตยาบันอนุสัญญานี้แล้ว โดยกำหนดการตรวจมาตรฐานแรงงานทางทะเลบนเรือดังกล่าวผ่านระบบเอกสารรับรองเป็นสำคัญ และไม่ต้องขึ้นตรวจบนเรือ เว้นแต่จะประจักษ์หรือมีเหตุอันเชื่อได้ว่า เรือนั้นไม่เป็นไปตาม “ใบรับรองมาตรฐานแรงงานทางทะเล” ดังนั้น การให้สัตยาบันอนุสัญญานี้จะเป็นประโยชน์ต่อเจ้าของเรือ คนประจำเรือ และรัฐบาลไทย ซึ่งได้จัดการสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาจากสมาคมเจ้าของเรือไทย สมาคมวิชาชีพชาวเรือไทย กรมเจ้าท่า กรมอนามัย และหน่วยงานงานภายใน รง. ซึ่งผลการรับฟังความคิดเห็นสรุปได้ว่าเห็นด้วยกับการให้สัตยาบันอนุสัญญานี้ เนื่องจากช่วยลดอุปสรรคในการเดินเรือทะเลของนายจ้างและยกระดับการคุ้มครองแรงงานของคนประจำเรือบนเรือไทย

3. การให้สัตยาบันอนุสัญญานี้ไม่เพียงแต่จะยกระดับการคุ้มครองแรงงานของคนประจำเรือบนเรือเดินทะเลที่ซักธงไทยแล้ว ยังช่วยลดอุปสรรคในการเดินเรือทะเลของเจ้าของเรือ และช่วยส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้อีกทางหนึ่ง ประกอบกับได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียแล้ว

สาระสำคัญของอนุสัญญาฯ

1. รัฐสมาชิกองค์การแรงงานระหว่างประเทศที่ให้สัตยาบันอนุสัญญานี้แล้วต้องคุ้มครองคนประจำเรือทุกคนที่ทำงานบนเรือเดินทะเลของตนในด้าน (ก) การจัดหางาน (ข) สภาพการทำงานบนเรือ (ค) สภาพความเป็นอยู่หรือการดำรงชีวิตบนเรือ และ (ง) การได้รับการส่งตัวกลับ

2. รัฐสมาชิก ฯ ที่ให้สัตยาบันอนุสัญญานี้ นอกจากจะต้องคุ้มครองคนประจำเรือบนเรือของตนยังต้องช่วยรับผิดชอบดูแลคนประจำเรือบนเรือของชาติอื่น ๆ ที่มาเทียบท่าของประเทศของตนด้วยด้วย โดย (ก) การตรวจใบรับรองด้านแรงงานทางทะเลสำหรับเรือของรัฐสมาชิกที่ให้สัตยาบันแล้ว หรือ (ข) การตรวจเอกสารอื่น ๆ หรือการขึ้นตรวจสภาพบนเรือของรัฐสมาชิกที่ยังไมให้สัตยาบัน

3. อนุสัญญานี้บังคับใช้กับ “เรือ”  “เจ้าของเรือ” และ “คนประจำเรือ”

4. อนุสัญญานี้แบ่งเนื้อหาข้อบังคับออกเป็น 5 ข้อ ดังนี้

4.1 กำหนดเงื่อนไขหรือมาตรฐานขั้นต่ำสำหรับคนประจำเรือที่จะต้องมีก่อนขึ้นทำงานบนเรือ ได้แก่ อายุขั้นต่ำ ใบรับรองแพทย์ การฝึกอบรมและการมีคุณสมบัติที่เหมาะสม และการคัดเลือกและการบรรจุคน

4.2 กำหนดหลักเกณฑ์ในการจัดทำข้อตกลงการจ้างงานของคนประจำเรือ ค่าจ้างและวิธีการจ้างค่าจ้าง ชั่วโมงการทำงานและชั่วโมงการพักผ่อน การให้สิทธิในการลา การส่งตัวคนประจำเรือกลับ การจ่ายค่าทดแทนให้แก่คนประจำเรือในกรณีเรือหายหรือเรือจม การจัดอัตรากำลัง การพัฒนาทักษะและอาชีพ และโอกาสในการมีงานทำของคนประจำเรือ

4.3 กำหนดหลักเกณฑ์ในการจัดสภาพที่พักอาศัย ได้แก่ พื้นที่ทำงาน ห้องนอน ห้องรับประทานอาหาร ห้องน้ำ และห้องรักษาพยาบาล การจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกอันจำเป็นต่อการดำรงชีวิตบนเรือ การทำอาหาร และการจัดหาอาหาร

4.4 กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขด้านการรักษาพยาบาลบนเรือและบนฝั่ง ภาระรับผิดชอบของเจ้าของเรือด้านการออกค่าใช้จ่ายหรือการทำประกันที่เกี่ยวข้อง การป้องกันอุบัติเหตุและการคุ้มครองความปลอดภัยและสุขภาพอนามัย การจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสวัสดิการบนฝั่ง และการคุ้มครองด้านการประกันสังคมแก่คนประจำเรือ

4.5 กำหนดเกี่ยวกับการปฏิบัติตามและการบังคับใช้ (ก) ในฐานะรัฐเจ้าของธงเรือ ได้แก่ การกำหนดให้เรือที่ชักธงประเทศตนมีการคุ้มครองแรงงานทางทะเลตามอนุสัญญานี้ การคัดเลือกองค์กรและการมอบอำนาจบางประการให้แก่องค์กรนั้น การออกใบรับรองด้านแรงงานทางทะเลและใบประกาศการปฏิบัติด้านแรงงานทางทะเล การจัดทำระบบการตรวจเรือที่ซักธงประเทศตน การกำหนดวิธีปฏิบัติด้านการร้องเรียนสำหรับคนประจำเรือ และการสอบข้อเท็จจริงเมื่อคนประจำเรือได้รับผลกระทบจากความเสียหายอันเนื่องจากภัยพิบัติทางทะเล (ข) ในฐานะรัฐเจ้าท่า ได้แก่ การตรวจแรงงานทางทะเลบนเรือในท่าเรือของตน การกำหนดวิธีปฏิบัติเมื่อมีการร้องเรียนของคนประจำเรือบนฝั่งของตน (ค) ในการจัดระบบและควบคุมการคัดเลือกและการบรรจุคนเข้าทำงานบนเรือเดินทะเล