m361

ส่องไฟขัดแย้งใน กลุ่ม – ก๊วนสปช. แบ่งเค้กนั่งกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ลงตัว

ทีมข่าว Inside Thai Parliament

การตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ 36 คน ที่มีสัดส่วนจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) 5 คน คณะรัฐมนตรี 5 คน คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) 5 คน สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) 20 คน บวกประธาน สปช.อีก 1 เป็นคนที่ คสช.คัดเลือก

โดยเฉพาะสัดส่วนจากสปช. 20 คน ที่เบื้องต้นมาจากวิปสปช.เสนอชื่อเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ 15 คน และให้หาคนนอกเพื่อความหลากหลายอีก 5 คน ซึ่ง “เทียนฉาย กีระนันท์” ประธานสปช. หวังว่าจะเชิญนักการเมืองที่อยู่วงนอก หรือกลุ่มมวลชนที่อยู่คนละขั้วข้างความคิดกับการยึดอำนาจ ให้มาร่วมแชร์ความเห็นในการยกร่างรัฐธรรมนูญ

m362เพียงแค่นี้ก็เกิดแรงกระเพื่อมในสปช. เนื่องจากมีสปช.สายสรรหา 11 ด้าน โดยเฉพาะอดีตกลุ่ม 40 ส.ว.คัดค้านไม่ยอมให้เอาคนนอกมาเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญแบบหัวชนฝา นำโดย “ไพบูลย์ นิติตะวัน” สปช.ด้านการเมือง

เขาคัดค้านว่า ไม่เห็นด้วยที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นคนนอก เนื่องจากมีสปช.จำนวนมากที่ต้องการเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ

“สปช.คงเสนอชื่อเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเกินสัดส่วนที่ได้รับ 20 คน แน่นอนผมจึงไม่เห็นด้วยที่จะมีการเสนอชื่อบุคคลภายนอกสปช.ไปเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 5 คน ตามมติวิปสปช.ชั่วคราว”

“นัดหารือกับเพื่อนสมาชิกสปช.เพื่อกำหนดท่าทีในประเด็นที่วิปสปช. ชั่วคราว มีมติที่จะให้มีสัดส่วนสปช. 15 คน และบุคคลภายนอก 5 คน เข้าไปเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จากการพูดคุยกับเพื่อนสมาชิกแล้วไม่เห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าว เนื่องจากขัดกับหลักการ ไม่ทราบว่าการนำคนนอกเข้ามาเพื่ออะไร ที่บอกว่าเพื่อเปิดโอกาสให้มีความคิดเห็นที่หลากหลายนั้น คงไม่ใช่ ซึ่งการประชุมสปช. วันที่ 27 ตุลาคม ที่มีวาระสรรหาบุคคลไปทำหน้าที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะมีการอภิปรายและจะยื่นญัตติให้มีการลงมติในที่ประชุมใหญ่”

m363สอดคล้องกับกลุ่มอดีต 40 ส.ว.อีกคนหนึ่ง คือ “วันชัย สอนศิริ” ที่ออกมาสำทับว่า “เรื่องนี้เป็นความเห็นจากคนของพรรคการเมืองในวิปสปช.ชั่วคราว การที่จะดึงนักการเมืองมาเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญถือว่าขัดกับกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ คือการไม่ให้ผู้ได้เสียด้านการเมืองมาเป็นกมธ. การเข้ามานั้นถือเป็นนอมินีของพรรคการเมือง จะทำให้เกิดความแตกแยกอีกด้วย”

“การที่วิปสปช.เสนอให้กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นคนในสปช. 15 คน และคนนอก 5 คนนั้น เป็นเพียงกรอบที่เสนอเพราะต้องการให้เกิดการมีส่วนร่วม เนื่องจากที่ผ่านการร่างรัฐธรรมนูญมักจะเกิดการไม่ยอมรับจากคู่ขัดแข้ง เพราะไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วม จึงเปิดโอกาสตรงนี้ไว้ให้ทั้งพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) พรรคเพื่อไทย(พท.) หรือพรรคอื่นๆ กลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(กปปส.) กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) หรือกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) ร่วมถึงคนที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านการร่างรัฐธรรมนูญได้มีโอกาสเข้ามา”

“วันชัย” แนะให้นำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การโหวตในที่ประชุมสปช.

“เราจึงวางแนวทางไว้ เพื่อให้ที่ประชุมสปช.อภิปรายและลงมติกัน ว่าจะเห็นด้วยตามที่วิปเสนอหรือไม่ อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวมีสมาชิกสปช.ไม่เห็นด้วยกับแนวทางนี้ จึงอยากให้มาอภิปรายกันในที่ประชุม แล้วก็ลงมติกันเอาตามเสียงส่วนใหญ่ออกมาอย่างไรก็ยึดตามนั้น”

จากเรื่องดังกล่าวจะเห็นว่า กลุ่ม 40 ส.ว.ที่เข้ามาอยู่ในสปช.มีบทบาทค่อนข้างมาก เพราะทั้งหมดมาจากการสรรหาจาก 11 ด้านทั้งสิ้น

เพราะช่วงก่อนที่จะมีการคัดเลือกประธานสปช.กลุ่ม 40 ส.ว.มีบทบาทอย่างยิ่งในการสนับสนุน “เทียนฉาย” นั่งเก้าอี้ประธานสปช. รวมถึง “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” และ “ทัศนา บุญทอง” เป็นรองประธานสปช.

จนก่อให้เกิดกลุ่มสปช.ต่างจังหวัด ที่เปิดหน้าเปิดตัวชัดเจน 1 วันก่อนเลือกประธานสปช. มี “ประชา เตรัตน์” สปช.ชลบุรี หัวหอกรวบรวมกลุ่มสปช.ต่างจังหวัดให้มาสนับสนุนตนเองเข้าชิงเก้าอี้รองประธาน สปช.คนที่ 2 พร้อมผลักดันให้ “ดิเรก ถึงฝั่ง” สปช. อดีต ส.ว.นนทบุรี เป็นแกนนำ

แม้ในวันดังกล่าว จะมีสปช.สายต่างจังหวัด 44 คน จากทั้งหมด 77 จังหวัด มาเช็คชื่อเข้าร่วมกลุ่ม แต่ทว่า..ในวันโหวตรองประธาน สปช. “ประชา” มีเสียงสนับสนุนถึง 88 เสียง

เท่ากับว่า “ประชา” มีเสียงสนับสนุนเพิ่มจากสายสรรหา 11 ด้าน ถึง  11 เสียง

อย่าลืมว่า “ประชา” เคยเป็นอดีตผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย เป็นสิงห์ดำ จบจากรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีพรรคพวก รุ่นพี่ – รุ่นน้อง เข้ามาเป็นสปช.ด้วยกันหลายคน อาทิ พงศ์พโยม วาศภูติ, วัลลภ พริ้งพงษ์

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มก๊วนจากสถาบันพระปกเกล้า ที่ “บวรศักดิ์” เป็นเลขาธิการ ทั้ง วุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า – ดร.ถวิลวดี บุรีกุล ผอ.สำนักวิจัยและพัฒนา -พลเอกเอกชัย ศรีวิลาศ ผอ.สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล

ซึ่ง “วุฒิสาร” และ “ดร.ถวิลวดี” มีชื่อติดโผไปนั่งเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ร่วมกับ “บวรศักดิ์” แล้ว

แม้สปช. 250 คน ยังไม่เริ่มทำงานอย่างจริงจัง ตำแหน่งประธาน รองประธาน สปช.ยังไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ทำหน้าที่อย่างเป็นทางการ แต่ก็เกิดการแบ่งกลุ่ม – ก๊ก – ก๊วน ภายในสปช.เรียบร้อยแล้ว

ในฐานะประธาน สปช. – “เทียนฉาย” ได้แต่หวังว่า เขาจะทำให้สปช.เป็นหนึ่งเดียวให้ได้

m197