m358

8 ปีป.ป.ช. คดีทุจริตทะลัก 3.4 หมื่นคดี ยอดเสียหายกว่า 3.5 แสนล้านบาท

ทีมข่าว Inside Thai Parliament

เป็นช่วงระยะเวลาที่ทั้งโหดหิน สารพัด และมันส์ฮาหรือไม่ แต่น่าจะฮาด้วย เพราะช่วงต้นที่เราปฏิบัติหน้าที่ มีการปล่อยตัวเงินตัวทองติดชื่อกรรมการที่ดูกะปลกกะเปลี้ยเหมือนจนจะถึงเวลาสุดท้ายของชีวิต  แต่เผอิญว่าเราก็ยังอยู่กันมาได้จนครบ 8 ปี แต่ละคนมีทั้งความประทับใจ และความยากลำบากในการทำหน้าที่ ถูกเผชิญอันตราย อำนาจมาข่มขู่คุกคามต่างๆ

m359เป็นคำเกริ่นนำก่อนที่จะเข้าสู่การแถลงผลงาน 8 ปี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ของ “วิชา มหาคุณ” กรรมการป.ป.ช. ที่อยู่ในตำแหน่งมาตั้งแต่การแต่งตั้งคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดที่ 3 ที่มี “ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ” เป็นประธานในปี 2549

ในรอบ 8 ปีที่ผ่านมา มีเรื่องร้องเรียนทั้งสิ้น 34,528 เรื่อง แบ่งเป็นเรื่องค้างจากป.ป.ช.ชุดเก่า 11,578 เรื่อง รับใหม่ 22,950 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จ 25,012 เรื่อง คงเหลือ 9,516 เรื่อง เฉลี่ยพิจารณาแล้วเสร็จ 3,000 เรื่องต่อปี

เรื่องคงเหลือจำนวน 9,516 เรื่อง จำแนกเป็น อยู่ระหว่างแสวงหาข้อเท็จจริง 7,665 เรื่อง อยู่ระหว่างไต่สวนข้อเท็จจริง 1,851 เรื่อง ในจำนวนนี้มอบหมายพนักงานไต่สวน 1,057 เรื่อง แต่งตั้งอนุกรรมการไต่สวน 747 เรื่อง คณะกรรมการป.ป.ช.ทั้งคณะเป็นองค์คณะไต่สวน 47 เรื่อง

โดยภาพรวมของเรื่องกล่าวหาที่รับดำเนินการจำนวน 34,528 เรื่อง แบ่งประเภทได้ดังนี้ การกระทำความอื่นๆ เช่น เรียกรับสินบน, เบียดบังหรือยักยอกทรัพย์, ปลอมเอกสารหรือรับรองเอกสารเป็นเท็จมากที่สุดจำนวน 20,641 เรื่อง รองลงมา คือ การกระทำความผิดการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต จำนวน 11,314 เรื่อง การกระทำความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ 2,457 เรื่อง และการกระทำตวามผิดเก่ยวกับการออกเอกสารสิทธิในที่ดิน จำนวน 116 เรื่อง

เมื่อรวมมูลค่าความเสียหายที่ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดอาญาและร่ำรวยผิดปกติที่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้ในปีงบประมาณ 2556 – 2557 มากถึง 357,807 ล้านบาท ในจำนวนนี้มาจากความเสียหายในส่วนราชการมากที่สุด 333,979 ล้านบาท ใน 31 คดี รองลงมาความเสียหายในส่วนรัฐวิสาหกิจ 25,776 ล้านบาท ใน 19 คดี และความเสียหายในส่วนท้องถิ่น 38 ล้านบาท 48 คดี

ทั้งนี้เมื่อแบ่งตามหน่วยงาน พบว่า หน่วยงานที่ถูกร้องเรียนมากที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา คือ 1.องค์กรปกครองท้องถิ่น ร้อยละ 50 2.กระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะกรมที่ดิน 3.ส่วนราชการระดับกรม ไม่สังกัดนายกรัฐมนตรี อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) 4.กระทรวงศึกษาธิการ และ 5.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

สำหรับสถิติคดีที่สามารถนำขึ้นสู่ศาลได้ตั้งแต่ปี 2549  มีจำนวน 63 คดี แบ่งเป็น มากที่สุดคือ การแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จหรือจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน 54 คดี ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ 7 คดี และให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน 2 คดี ในจำนวนนี้อัยการเป็นผู้ส่งฟ้อง 48 คดี ป.ป.ช.ดำเนินการฟ้องเอง 15 คดี

นี่เป็นผลงาน 8 ปีของป.ป.ช.

ส่วนคำวิพากษ์วิจารณ์ต่อการทำงานของป.ป.ช.ทั่วทุกสารทิศเกี่ยวกับความเป็นธรรมในการไต่สวนระหว่างของของสองขั้วการเมืองนั้น ประธานป.ป.ช. ยืนยันว่าการทำงานของป.ป.ช. ยึดหลักกฎหมาย และข้อเท็จจริงในการพิจารณาคดี แต่ในบางคดีการแสวงหาพยานหลักฐานเป็นไปด้วยความลำบากและมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ซึ่งทำให้ต้องใช้ระยะเวลา ดังนั้นข้อกล่าวหาที่ระบุว่าป.ป.ช.เลือกปฏิบัติจึงไม่เป็นความจริง

สถิต ปปช1สถิต ปปช2
______________________________________________

ย้อนรอยคดีดัง

คดีสำคัญที่ป.ป.ช.ได้ดำเนินการ

1. เรื่องกล่าวหานายวัฒนา อัศวเหม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน ในคดีคลองด่าน ซึ่งหลังการชี้มูลความผิดของป.ป.ช. ศาลฎีกา     แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุกนายวัฒนา อัศวเหม เป็นเวลา 10 ปี โดยไม่รอลงอาญา

2. เรื่องกล่าวหานายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กระทำความผิดต่อหน้าที่ราชการ กรณีสั่งการให้มีการสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร แม้จะมีการชี้มูล            ความผิด แต่วุฒิสภามีมติไม่ถอดถอนนายสมชาย ออกจากตำแหน่งด้วยเสียง 76 เสียงต่อ 49 เสียง

3. เรื่องกล่าวหาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกับพวก เห็นชอบให้กระทรวงการคลังเข้าเป็นผู้บริหารแผนคนใหม่ของบริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) โดยมิชอบ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างกรรมการป.ป.ช. และอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานให้สมบูรณ์ และปัจุบันคณะทำงานฯยังไม่สามารถหาข้อยุติในการฟ้องคดีได้ คณะกรรมการป.ป.ช.จึงมีมติให้สำนักงานป.ป.ช.ฟ้องคดีเองและอยู่ระหว่างดำเนินการฟ้อง

4.เรื่องกล่าวหานายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ร่ำรวยผิดปกติ และจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบอันเป็นเท็จ ป.ป.ช.ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดดำเนินคดีร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินต่อไป

5. เรื่องขอให้ถอนถอดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่ง ในข้อกล่าวหากระทำความผิดต่อหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญาหรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่นหรือฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างร้ายแรง กรณีการแต่งตั้งนายสุเทพ ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ และประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ อันเป็นการขัดต่อกฎหมาย และถือว่ามีพฤติการณ์ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติ โดยที่ประชุมป.ป.ช.มีมติเห็นให้ข้อกล่าวหาดังกล่าวตก เพราะว่าฟังไม่ได้ว่านายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ มีพฤติการณ์ส่อว่าจงใจใช้อำนาจขัดต่อกฎหมายแต่อย่างใด

6. เรื่องขอให้ถอนถอดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่ง ในข้อกล่าวหากระทำความผิดต่อหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญาหรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่นหรือฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างร้ายแรง

เรื่องกล่าวหามีพฤติการณ์ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ในกรณีส่งส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และบุคคลอื่นไปช่วยราชการที่กระทรวงวัฒนธรรม  โดยป.ป.ช.เห็นว่านายสุเทพ มีพฤติกรรมใช้ตำแหน่งหน้าที่เข้าไปก้าวก่าย หรือแทรกแซงงานของกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อประโยชน์ของตนเองในทางการเมือง ซึ่งต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญปี 2550 ส่วนายอภิสิทธินั้น จากการไต่สวนเห็นว่าไม่ได้รู้เห็นเป็นใจกับนายสุเทพ แต่อย่างใด

7. เรื่องกล่าวหาคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินกับพวก ในข้อกล่าวหาจัดสัมมนาโครงการ “สตง.ในความคิดเห็นของวุฒิสภา” เป็นเท็จ โดยมีวัตถุประสงค์นำบุคลากรสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เข้าร่วมถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ป.ป.ช.เห็นว่าการกระทำของคุณหญิงจารุวรรณ มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 โดยป.ป.ช.ได้ส่งรายงานไปยังอัยการสูงสุดแล้วและอยู่ระหว่างการพิจารณาสั่งฟ้องคดีของอัยการสูงสุด

m197